[Achievement] WebGL Game Development Book

Achievement: 25 April 2014 WebGL Game Development Book, for which I was one of the technical reviewers, is published by Packt Publishing. Preview: Google Books Website: Packt Publishing Purchase: Amazon Advertisements

เปรียบเทียบค่าครองชีพระหว่าง Munich และ Singapore

ผมมีความคิดเรื่องการย้ายที่อยู่อาศัยในระยะยาวมาสักพักใหญ่ๆว่าที่ไหนดีที่น่าจะเหมาะกับเราและเราก็เหมาะกับที่นั่นมากที่สุด ทั้งในเรื่องของโอกาสการร่วมพัฒนาเมืองและพัฒนาตนเองรวมถึงการสร้างครอบครัว ซึ่งก็จะมีเรื่องระบบการศึกษา ความปลอดภัย รวมถึงระบบขนส่งมวลชนต่างๆ ที่เราไม่ต้องใช้รถก็เดินทางได้ และปัจจัยอื่นๆ เลยลองมาลิสเมืองที่เคยไปอยู่มา ก็มีที่ Munich และ Singapore นี่แหละ ที่เข่าข่ายน่าอยู่สำหรับผม เลยอยากจะบันทึกลง blog นี้ไว้ กับน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนไทยที่จะเตรียมไปอยู่ ไปทำงาน หรือไปเรียน จะได้วางแผนดูว่าควรจะเตรียมเงินไว้ประมาณเท่าไหร่บ้าง ลองมาดูบัญชีผมคร่าวๆครับ (Note: สำหรับประเทศในยุโรปประเทศอื่นๆก็พอจะสามารถใช้อ้างอิงจากที่ München ได้นะครับ เพราะตอนที่เคยไปอยู่ Madrid และ San Sebastían ที่สเปน ในระยะสั้นๆหากการใช้ชีวิตเป็นสไตล์ชอบซื้อของมาทำกินเอง รวมๆแล้วค่าครองชีพก็พอๆกันครับ) สกุลเงิน สิงคโปร์ ใช้สกุล Dollar Singapore (SGD) S$ 1 เท่ากับประมาณ 25 บาท บวก/ลบ 2 โดยประมาณ มิวนิค ใช้สกุลเงิน EURO โดย EUR 1 เท่ากับประมาณ 43…

จัดการงานเร่งด่วนด้วย MVP #leanstartup

Minimum Viable Product (MVP) อาจจะคุ้นๆกันหากใครได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับ Lean Startup เรื่องอื่นอย่างหลักการพื้นฐาน พวก loop “Build -> Measure -> Learn” อะไรพวกนี้ไม่ขอพูดถึงเลยนะครับ ในโพสต์นี้จะเน้นไปที่ MVP ที่โดนมากๆเลยในตอนนี้ ทำให้นึกถึงบีม ที่เคย Hangout แก๊งๆเราพูดเกี่ยวกับ Lean Startup ในตอนนี้ทีมของเรา (Treebuild) ได้เริ่มรับงานมาแล้วและมันก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ช่วงนี้งานมันมีมากกว่า 1 ไปเยอะ และเรายังต้องพัฒนาโปรดักซ์ตัวหลักของเราอยู่ด้วย สำหรับการทำงานในฝั่งที่เป็น Outsource สิ่งที่ดูจะ Lean ที่สุดแล้วคิดว่าเวิร์คมากที่สุดคงหนีเรื่อง MVP และ CD/CI ไม่พ้น Minimum Viable Product และ Continuous Deployment เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมันเป็นการเช็คว่าเราเข้าใจกับสิ่งที่เขาต้องการไหม กับตัว Product Owner (PO) ก็จะได้รู้ว่าที่เขาต้องการมันเป็นแบบนี้หรือเปล่า เราก็พยายามที่จะผสมพวก…

What is MDS Process that eat your CPU on Mac OS X

วันนี้ผมรู้สึกแปลกใจว่าทำไมอยู่ๆเครื่องก็ช้าจนทำงานทำการอะไรไม่ได้เลย ลาก cursor ยังกระตุก สงสัยเลยเปิดดู Activity Monitor เลยได้คำตอบว่า Process ไหนคือตัวปัญหา เลยต้องมาหาต่อว่า mds_stores นี่มันคืออะไร ทราบมาได้ว่า MDS ย่อมาจาก “Metadata Server” ครับ และ MDS นี่เป็น Process หนึ่งของ Spotlight บน Mac OS ที่มีไว้ค้นหาข้อมูล, ไฟล์ บนเครื่อง Mac OS นั่นเอง และการ Process นี้ของ MDS คือการทำ Indexing ครับ ซึ่งหากไปกดที่รูปแว่นขยาย (Spotlight) บนมุมขวาบนของจอขณะที่ทำ Indexing อยู่ จะแสดงระยะเวลาการ Process ครับ ว่าจะใช้เวลาอีกประมาณเท่าไหร่ ซึ่งการทำ Indexing ข้อมูลในเครื่องเราแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร ไม่มีอะไรต้องตกใจครับ (เพียงแต่ว่าวันนี้มันมาทำผิดเวลาไปหน่อย…

HAML 1st Time

ช่วงนี้กำลังคลั่งไคล้การ Optimization การทำให้ประสิทธิภาพของเว็บดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และการทำงานยังไงให้มันได้เร็วที่สุดด้วย สำหรับ CSS เราก็มี CSS Preprocessor ไม่ว่าจะเป็น LESS หรือ SASS มาช่วยแล้ว ซึ่งมันก็สามารถคอมไพล์และ config บอกมันให้ออกมาในรูปแบบ Compressed เลยได้ และรูปแบบการเขียนก็ง่าย สะดวกขึ้นมาก ส่วน JavaScript ก็มี CoffeeScript เข้ามาย่อยได้ (แต่เรายังไม่ได้ใช้) แล้วกับ HTML ล่ะ? เราคิดอยู่นานว่าจะยังคงรักษารูปแบบการเขียนเว็บให้เป็นไปตามมาตรฐานตาม W3C ไหม เพราะทีมของเราเคยคิดกันอยู่ว่าจะไปเขียน CoffeeScript แทนการเขียน JavaScript ปกติไหม แต่ก็ยับยั้งกันว่าไว้ว่ารอเขียน JavaScript จนรู้สึกว่าอยู่ในระดับเทวดาแล้วถึงค่อยไป CoffeeScript กัน เพราะหากยังไม่แน่นจริงเราก็เกรงว่าจะเสีย Syntax แบบเดิมไป แต่ HTML นี่เราคบกับเขามานานจนคุ้นเคยมากแล้ว แค่มองตาก็รู้ใจ แล้วเราจะทำยังไงกับเขาดี เพราะ CSS เราก็เลือกใช้ SASS…

การเขียน CSS สำหรับเว็บที่เขียนด้วย HTML5 (CSS Standards v.2)

สำหรับ Basic CSS Standards ที่เคยเขียนไปใน CSS Coding Standards (ภาษาไทย) เป็นแบบขั้นพื้นฐานจริงๆที่กล่าวถึงในเรื่องการเขียน CSS ยังไงให้อ่านง่าย (Readability), สื่อความหมาย (Semantics) ซึ่งมีผลกับเรื่องการทำ SEO ด้วย, รวมถึงในเรื่องของการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusability) ส่วนสำหรับโพสต์นี้เราจะมาเข้าเรื่องพื้นฐานอีกเหมือนกัน แต่รวมถึงการใช้ CSS สำหรับ HTML5 ด้วย ซึ่งอาจมีความเข้าใจที่ไม่ค่อยถูกต้องนักอยู่จากที่เคยได้ยินมาจากเพื่อนๆมา และจากการอ่าน Writing the best CSS when building with HTML5 ที่เขียนโดย Todd Motto เลยคิดว่าเราควรจะมาเขียนสรุปให้ลึกลงไปมากกว่าเรื่อง Standard อีกหน่อย เริ่มกันที่ HTML แบบธรรมดาเดิมๆก่อน หลักการใช้ HTML กับ CSS หลักๆคือการทำให้มันไม่มีเงื่อนไขมากนักครับ อย่างเช่นเรื่อง Nested การทำให้มันไม่ไปติดเงื่อนไขกับการใช้ HTML เดี๋ยวเรามาลองดูตัวอย่างของการเขียนโครงสร้าง…

ประสบการณ์จากการใช้เครื่อง 3D Printer #1

หมายเหตุ: เครื่อง 3D Printer ที่ว่านี่เป็นเครื่องแบบฉีดพลาสติกชนิด PLA ออกมาจาก Extruder แบบ layer-by-layer จากที่ผมได้ลองใช้เครื่อง 3D Printer ปริ้นงานโมเดล 3D มาสักพัก พบว่า, ค่าที่จะตั้งเปลี่ยนแปลงบ่อย Layer Thickness: จะอยู่ที่ราวๆ 0.1mm ถึง 0.2mm; ส่วนใหญ่เลยที่ผมปริ้นจะอยู่ที่ 0.15mm กับ 0.2mm อยู่ที่โมเดลและความละเอียดที่เราต้องการด้วย Infill: สำหรับ Infill แทบไม่เคยอัดเต็ม 100% เลยครับ จะอยู่ที่ 20% ถึง 33% เป็นส่วนใหญ่ โดยรูปแบบจะเป็น Octagonal กับ Straight ซะเยอะ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละงานครับ Support Z-Roof: แรกๆค่านี้แทบจะตั้งไว้เป็น -1 หรือ Infinity คงที่เลยครับ ให้โปรแกรมมันจัดการ หลังจากเราเริ่มชำนาญขึ้นดูจะมาดูรายละเอียดที่โมเดลว่าเราต้องการให้มันตั้งซัพพอร์ตขึ้นไปสูงขนาดไหน…

[บันทึกการไปเรียน NEC Week 2nd] การจัดการด้านการผลิตหรือบริการ

วันนี้มาเรียน NEC หรือหลักสูตรเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ ที่จัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว แต่สัปดาห์แรกลืม blog เพราะกลับบ้านมาก็หมดพลังแล้ว นอนตี 3 ทุกวันก่อนไปเรียน แต่วันนี้หนักกว่าคือตี 4 แต่คึก 5555 เข้าเรื่อง, วันนี้เรียนเรื่องการจัดการด้านการผลิตหรือบริการ โดย อ.สมเกียรติ สันติสัตยพรต จาก THAI Hybrid Co. Ltd. (ที่ขีดไว้เพราะพี่/ลุงสมเกียรติบอกไม่อยากให้เรียกอาจารย์ นี่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าปีนเกลียวหรือลามปามรึเปล่า อายุ 55 แล้ว ในที่นี้ขอเรียกพี่เลยแล้วกัน 55555) เนื้อหาโดยทั่วๆไปจะเป็นเรื่องภาพรวมของการจัเการด้านการผลิตสินค้าและบริการ ผมจะสรุปแบบโคตรจะย่อเลยก็คือ ช่วงเช้าจะเป็นเรื่องของการจัดการและพัฒนาในตัวบุคคลเอง ซึ่ง ณ จุดนี้ใครที่พอรู้เรื่อง Hyper Productivity, Lean, Agile Methodology แล้วจะฟินไปในระดับหนึ่ง ซึ่งพี่สมเกียรติก็ได้กล่าวถึงเหมือนกันครับในศัพย์ที่ไม่ใช่ศัพย์พวกนั้น แต่เนื้อหามันคือใช่ เรื่องแรกคือ work-life balance เน้นเรื่อง 24 (8-8-8) เรื่องการจัดการเวลาทำงาน-ส่วนตัว-พักผ่อนและให้มองว่า…

คาดการณ์แนวโน้มของเว็บดีไซน์ในปี 2014

จากที่สังเกตมาจากหลายๆเว็บที่มีการคาดการณ์แนวโน้มเว็บดีไซน์ของปีหน้าและการสรุปแนวเว็บดีไซน์ในปี 2013 ที่ผ่านมา หมายเหตุ: โพสนี้ผมสรุปของผมเองในรอบปีที่ผ่านมา จากสิ่งที่เห็นและการคาดเดาในปี 2014 นี้ และก็ไม่ค่อยละเอียดอะไรนะครับ หากต้องการจับ trend แบบจริงๆจังๆแนะนำหาเว็บอื่นอ่านควบคู่ไปด้วยครับ 1. Mobile first แนวโน้มมันจะออกไปในทาง mobile first ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่เลย แต่มันจะหนักมากขึ้น เพราะเว็บที่ต้องเปิดได้กับ mobile และ tablet นั้นเป็นสิ่งที่ required แล้ว ไม่ใช่อยู่ในแบบ additional อีกต่อไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับการดีไซน์เว็บคือ ความ clean และลดความยุ่งยากสำหรับการทำ responsive website ออกไป ออกแบบยังไงให้ง่ายกับทั้ง mobile, tablet, และ desktop ก็เลยอาจจะเห็นรูปแบบของส่วน navigation และส่วน content ต่างๆของเว็บที่ออกมาคล้ายๆกันมากขึ้นในอนาคต เน้นการออกแบบที่ไปลงกับ typographic มากขึ้น และลดการใช้ภาพลงไปเนื่องจากการใช้ภาพจะเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมากขึ้นกับชนิดหน้าจอ เช่น จอภาพธรรมดา กับ retina…

ความผิดพลาดในปี 2013

ปีนี้มีเรื่องที่พลาดไปหลักๆอยู่ก็เรื่องความไม่รอบคอบของตัวเอง ที่น่าจดจำที่สุดก็เป็นช่วงกลางปีตอนไป Web3D Conference ที่สเปน ที่รวมยอดความเสียหายที่พลาดเองและโดนล้วงกระเป๋าด้วยทั้งสิ้นก็ราวๆสามหมื่นกว่าบาท ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเอง มันเริ่มมาจากที่เรารีบจองตั๋วรถไฟ Renfe จาก Madrid เพื่อที่จะไป San Sebastian ซึ่งไปวันที่ 17/06/2013 และจะกลับ Madrid ในวันที่ 23/06/2013 แต่ในหน้าเว็บที่จองมันเปลี่ยนเป็นเดือน 07 ให้เลย ซึ่งเราก็ไม่ทันสังเกต เลือกวันที่ไปและวันกลับโดยเว็บนั้นเปลี่ยนเป็นเดือนถัดไปให้อัตโนมัติ วันที่กลับผมไปถึงสถานีรถไฟ ขอเปลี่ยนวันก็ไม่ได้เพราะเกินกำหนดเวลาที่จะขอเปลี่ยน และขอ refund ในเว็บก็ไม่ได้สักทีขึ้น error ตลอด เลยปล่อยมันไป สรุปตรงนี้ก็เสียเงินไปฟรีๆ 52.65ยูโร หรือราวๆ 2,400บาท และต้องเสียเงินซื้อตั๋วกลับ Madrid ใหม่ในราคา 56.70ยูโร หรือประมาณเกือบๆ 2,600บาท ถัดมาอีกเรื่องนี้อาจจะถือว่าเป็นทั้งอุบัติเหตุและประมาทเองด้วย คือโดนล้วงกระเป๋า มันเกิดขึ้นหลังจากนั่งรถไฟมา 6 ชั่วโมงมาถึง San Sebastian แล้ว ตัวเองก็ล้าๆด้วย เพราะเดินทางต่อเนื่องจากไทยมาลง Madrid แล้วนั่งรถไฟต่อจาก…

display: none; กับ visibility: hidden; ใน CSS แตกต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่าง display: none; กับ visibility: hidden; ใน CSS คืออะไร? สิ่งที่เหมือนกันของทั้งคู่คือมันจะทำให้ element ที่ใช้มันจะไม่ปรากฏขึ้นในหน้าเว็บเพจ แต่สิ่งที่แตกต่าง Layout สำหรับ visibility: hidden; นั้น element จะถูกซ่อนไป แต่จะไม่กระทบกับ layout แต่ display: none; จะกระทบกับ layout ด้วย คือมันทั้งซ่อนและทำเหมือนว่า element หรือ block นั้นไม่มีอยู่เลย ลองดูในภาพตัวอย่างข้างล่างนี้แล้วดู code ข้างล่างรูปแล้วจะเก็ทมากขึ้นครับ หรือลองเข้าไปดูที่ Display: none; and Visibility: hidden; example